บันทึกการเรียนสัปดาห์ที่ 11
รายวิชา การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ
การเรียนการสอน
หมายเหตุ ไม่มีการเรียนการสอนเนื่องจากสถานะทางการเมืองไม่ปลอดภัย ส่งผลทำให้นักศึกษาเดินทางลำบากในการมาเรียน ดังนั้นอาจารย์จึงงดการเรียนการสอน แต่อาจารย์ได้มอบหมายงานให้นักศึกษาทุกคนสรุปงานวิจัยเกี่ยวกับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ตามหัวข้อ ดังนี้
1. ชื่องานวิจัย/ชื่อผู้วิจัย/มหาวิทยาลัย
2. ความสำคัญและความเป็นมาของงานวิจัย
3. วัตถุประสงค์ของการวิจัย
4. ตัวแปรที่ใช้ในการวิจัย
5. นิยามศัพท์เฉพาะ
6. ประชากร/กลุ่มตัวอย่าง
7. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
8. การดำเนินการวิจัย
9. สรุปผลการวิจัย
10. ความคิดเห็นของนักศึกษาที่มีต่องานวิจัยชิ้นนี้
แฟ้มสะสมผลงานรายวิชาการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ
ยินดีต้อนรับ
วันพฤหัสบดีที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2557
วันพฤหัสบดีที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2557
บันทึกการเรียนสัปดาห์ที่ 10
รายวิชา การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ
การเรียนการสอน
อาจารย์ให้นักศึกษานำเสนองานเป็นรายกลุ่มและแจกกระดาษให้นักศึกษาประเมินกลุ่มเพื่อนและประเมินกลุ่มของตนเอง ดังนี้
1. เด็กที่มีภาวะการเรียนบกพร่อง ( L D )
2. เด็กสมองพิการ ( C P ) (กลุ่มของดิฉัน)
3. เด็กสมาธิสั้น
4. เด็กดาวน์ซินโดรม
อาจารย์อธิบายเนื้อหาต่อจากสัปดาห์ที่แล้ว ดังนี้
การประเมินที่ใช้ในเวชประวัติ
แบบทดสอบ Denver II เป็นแบบคัดกรองที่ใช้กับเด็กอายุ 1 เดือนถึง 6 ปี
Gesell Drawing เป็นวิธีทดสอบ Visual motor perception
แนวทางการดูแลรักษา
- หาสาเหตุที่ทำให้เกิดความบกพร่องทางพัฒนาการ
- การตรวจค้นหาความผิดปกติ
- ให้คำปรึกษากับครอบครัว
- การส่งเสริมพัฒนาการ
- การรักษาสาเหตุโดยตรง
ขั้นตอนในการดูแลเด็กที่มีความต้องการพิเศษ
1. ตรวจคัดกรองพัฒนาการ
2. ตรวจประเมินพัฒนาการ
3. วินิจฉัยและหาสาเหตุ
4. การให้การรักษาและการส่งเสริมพัฒนาการ
5. การติดตามและการประเมินผลการรักษาเป็นระยะ
สะท้อนการเรียน
ในสัปดาห์นี้อาจารย์ให้นักศึกษาแต่ละกลุ่มนำเสนองานตามหัวข้อที่ได้รับมอบหมาย ทำให้นักศึกษาแต่ละกลุ่มมีการเตรียมตัว เตรียมพร้อมในการนำเสนอ เรื่องที่เพื่อนแต่ละกลุ่มนำเสนอทำให้เราได้รับความรู้เพิ่มเกี่ยวกับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ การรักษาอาการต่างๆ และอาจารย์ยังแจกใบประเมินเพื่อให้นักศึกษาประเมินการนำเสนองานของเพื่อนแต่ละกลุ่ม รวมทั้งประเมินกลุ่มของตนเองด้วย ทำให้เราได้ฝึกการประเมินตามสภาพจริง
การนำไปใช้
สามารถนำความรู้ที่เพื่อนแต่ละกลุ่มนำเสนอ ไปใช้ในการเรียนการสอนในอนาคตได้ เพราะเราเข้าใจถึงลักษณะ อาการ การรักษา ของเด็กแต่ละประเภทในเบื้องต้น ทำให้เราสามารถนำไปบูรณาการการสอนหรือการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมพัฒนาการของเด็กที่มีความต้องการพิเศษแต่ละประเภทด้วย
รายวิชา การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ
การเรียนการสอน
อาจารย์ให้นักศึกษานำเสนองานเป็นรายกลุ่มและแจกกระดาษให้นักศึกษาประเมินกลุ่มเพื่อนและประเมินกลุ่มของตนเอง ดังนี้
1. เด็กที่มีภาวะการเรียนบกพร่อง ( L D )
2. เด็กสมองพิการ ( C P ) (กลุ่มของดิฉัน)
3. เด็กสมาธิสั้น
4. เด็กดาวน์ซินโดรม
อาจารย์อธิบายเนื้อหาต่อจากสัปดาห์ที่แล้ว ดังนี้
การประเมินที่ใช้ในเวชประวัติ
แบบทดสอบ Denver II เป็นแบบคัดกรองที่ใช้กับเด็กอายุ 1 เดือนถึง 6 ปี
Gesell Drawing เป็นวิธีทดสอบ Visual motor perception
แนวทางการดูแลรักษา
- หาสาเหตุที่ทำให้เกิดความบกพร่องทางพัฒนาการ
- การตรวจค้นหาความผิดปกติ
- ให้คำปรึกษากับครอบครัว
- การส่งเสริมพัฒนาการ
- การรักษาสาเหตุโดยตรง
ขั้นตอนในการดูแลเด็กที่มีความต้องการพิเศษ
1. ตรวจคัดกรองพัฒนาการ
2. ตรวจประเมินพัฒนาการ
3. วินิจฉัยและหาสาเหตุ
4. การให้การรักษาและการส่งเสริมพัฒนาการ
5. การติดตามและการประเมินผลการรักษาเป็นระยะ
สะท้อนการเรียน
ในสัปดาห์นี้อาจารย์ให้นักศึกษาแต่ละกลุ่มนำเสนองานตามหัวข้อที่ได้รับมอบหมาย ทำให้นักศึกษาแต่ละกลุ่มมีการเตรียมตัว เตรียมพร้อมในการนำเสนอ เรื่องที่เพื่อนแต่ละกลุ่มนำเสนอทำให้เราได้รับความรู้เพิ่มเกี่ยวกับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ การรักษาอาการต่างๆ และอาจารย์ยังแจกใบประเมินเพื่อให้นักศึกษาประเมินการนำเสนองานของเพื่อนแต่ละกลุ่ม รวมทั้งประเมินกลุ่มของตนเองด้วย ทำให้เราได้ฝึกการประเมินตามสภาพจริง
การนำไปใช้
สามารถนำความรู้ที่เพื่อนแต่ละกลุ่มนำเสนอ ไปใช้ในการเรียนการสอนในอนาคตได้ เพราะเราเข้าใจถึงลักษณะ อาการ การรักษา ของเด็กแต่ละประเภทในเบื้องต้น ทำให้เราสามารถนำไปบูรณาการการสอนหรือการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมพัฒนาการของเด็กที่มีความต้องการพิเศษแต่ละประเภทด้วย
วันพฤหัสบดีที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2557
วันพฤหัสบดีที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2556
วันพฤหัสบดีที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2556
วันพฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2556
บันทึกการเรียนสัปดาห์ที่ 6
รายวิชา การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ
การเรียนการสอน
พัฒนาการของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ
พัฒนาการ คือ การเปลี่ยนแปลงในการทำหน้าที่และวุฒิภาวะของอวัยวะต่างๆ รวมทั้งตัวบุคคล ทำให้สามารถทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เด็กที่มีความบกพร่องทางพัฒนาการ
1. พัฒนาการหยุดอยู่กับที่
2. พัฒนาการถดถอยลง
เด็กมีพัฒนาการล่าช้ากว่าเด็กวัยเดียวกัน พัฒนาการล่าช้าอาจพบเพียงด้านใดด้านหนึ่ง หลายด้าหรือทุกด้าน พัฒนาการล่าช้าด้านหนึ่งอาจส่งผลต่อพัมนาการด้านอื่นล่าช้าลง
ปัจจัยที่มีผลต่อพัฒนาการเด็ก
ปัจจัยด้านชีวภาพ
ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมก่อนคลอด
ปัจจัยด้านกระบวนการคลอด
ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมหลังคลอด
สาเหตุที่ทำให้เกิดความบกพร่องทางพัฒนาการ
1. โรคทางพันธุกรรม เด็กจะมีพัฒนาการล่าช้ามาตั้งแต่เกิด หรือสังเกตได้ในชั่วระยะไม่นานหลังเกิด มักมีลักษณะผิดปกติร่วมด้วย
2. โรคทางระบบประสาท เด็กที่มีความบกพร่องทางพัฒนาการส่วนใหญ่ มักมีอาการหรือการแสดงทางระบบประสาทด้วยที่พบบ่อยคือ อาการชัก
3. การติดเชื้อ การติดเชื้อตั้งแต่อยู่ในครรภ์ น้ำหนักตัวแรกเกิดน้อย ศรีษะเล็กกว่าปกติ อาจมีตับ ม้ามโต ต้อกระจก การติดเชื้อรุนแรงหลังคลอด เช่น สมองอักเสบ เป็นสาเหตุที่พบได้บ้าง
4. ความผิดปกติของระบบเมตาบอลิซึ่ม โรคที่ยังเป็นปัญหาสาธารณสุขไทย คือ ไทรอยด์ฮอร์โมนในเลือดต่ำ
5. ภาวะแทรกซ้อนระยะแรกเกิด การเกิดก่อนกำหนด น้ำหนักตัวแรกเกิดน้อย และภาวะขาดออกซิเจน
6. สารเคมี
- ตะกั่ว เป็นสารที่มีผลกระทบต่อเด็กและมีการศึกษามากที่สุด มีอาการซึมเศร้า เคลื่อนไหวช้า ผิวดำหมองคล้ำเป็นจุดๆ ภาวะตับเป็นพิษ ระดับบสติปัญญาต่ำ
- แอลกอฮอล์ น้ำหนักแรกเกิดน้อย มีอัตราการเพิ่มน้ำหนักหลังเกิดน้อย ศรีษะเล็ก พัฒนาการทางสติปัญญามีความบกพร่อง เด็กบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์
- นิโคติน น้ำหนักแรกเกิดน้อย ขาดสารอาหารในระยะตั้งครรภ์ เพิ่มอัตราการตายในวัยทารก สติปัญญาบกพร่อง สมาธิสั้น พฤติกรรมก้าวร้าว มีปัญหาการเข้าสังคม
7. การเลี้ยงดูไม่เหมาะสมรวมทั้งการขาดสารอาหาร
อาการของเด็กมีความบกพร่องทางพัฒนาการ มีพัฒนาการล่าช้าพบมากกว่า 1 ด้าน ปฏิกิริยาสะท้อนไม่หายไป แม้ถึงช่วงอายุที่ควรหายไป
แนวทางการวินิจฉัยเด็กที่มีความบกพร่องทางพัฒนาการ
1. การซักประวัติ โรคประจำตัว โรคทางพันธุกรรม การเจ็บป่วยในครอบครัว ประวัติฝากครรภ์ประวัติเกี่ยวกับการคลอด พัฒนาการที่ผ่านมา การเล่นตามวัยการช่วยเหลือตนเองปัญหาพฤติกรรม ประวัติอื่นๆ
เมื่อซักประวัติแล้ว สามารถบอกได้ว่า
ลักษณะพัฒนาการเชื่องช้าเป็นแบบคงที่หรือถดถอย เด็กมีระดับพัฒนาการช้าหรือไม่อย่างไร อยู่ในระดับไหน มีข้อบ่งชี้ว่ามีสาเหตุมาจากโรคทางพันธุกรรมหรือไม่ สาเหตุของความบกพร่องทางพัฒนาการมากสาเหตุอะไร ขณะนี้เด็กได้รับการช่วยเหลือฟื้นฟูอย่างไร
2. การตรวจร่างกาย ตรวจร่างกายทั่วๆไปและการเจริญเติบโต ภาวะตับม้ามโต ผิวหนัง ระบบประสาท และวัดรอบศรีษะด้วยเสมอ ดูลักษณะของเด็กที่ถูกทารุรกรรม ระบบการมองเห็นและการได้ยิน
3. การสืบค้นทางห้องปฏิบัติการ
4. การประเมินพัฒนาการ
สะท้อนการเรียน
ได้ทราบเกี่ยวกับพัฒนาการในแต่ละด้านของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ สาเหตุที่ทำให้เกิดความบกพร่องทางพัฒนาการ ทำให้เรามีความรู้ สามารถแนะนำผู้ปกครองหรือบุคคลใกล้ชิด ให้ปฏิบัติตนอย่างถูกต้องในการดูเด็ก เพื่อเป็นการส่งเสริมพัฒนาการที่ถูกต้องสำหรับเด็ก
การนำไปใช้
สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนในอนาคตได้ การทราบว่าพัฒนาการของเด็กที่มีความต้องการพิเศษเป็นอย่างไร ทำให้เราเข้าใจเด็กมากขึ้น ทำให้เราไม่นำเด็กที่มีพัฒนาการปกติมาเปรียบเทียบกับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ฉะนั้นการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจะต้องจัดตามประเภทของเด็ก เพราะจะทำให้เด็กได้พัฒนาตนตามศักยภาพที่เด็กมีอยู่
รายวิชา การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ
การเรียนการสอน
พัฒนาการของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ
พัฒนาการ คือ การเปลี่ยนแปลงในการทำหน้าที่และวุฒิภาวะของอวัยวะต่างๆ รวมทั้งตัวบุคคล ทำให้สามารถทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เด็กที่มีความบกพร่องทางพัฒนาการ
1. พัฒนาการหยุดอยู่กับที่
2. พัฒนาการถดถอยลง
เด็กมีพัฒนาการล่าช้ากว่าเด็กวัยเดียวกัน พัฒนาการล่าช้าอาจพบเพียงด้านใดด้านหนึ่ง หลายด้าหรือทุกด้าน พัฒนาการล่าช้าด้านหนึ่งอาจส่งผลต่อพัมนาการด้านอื่นล่าช้าลง
ปัจจัยที่มีผลต่อพัฒนาการเด็ก
ปัจจัยด้านชีวภาพ
ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมก่อนคลอด
ปัจจัยด้านกระบวนการคลอด
ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมหลังคลอด
สาเหตุที่ทำให้เกิดความบกพร่องทางพัฒนาการ
1. โรคทางพันธุกรรม เด็กจะมีพัฒนาการล่าช้ามาตั้งแต่เกิด หรือสังเกตได้ในชั่วระยะไม่นานหลังเกิด มักมีลักษณะผิดปกติร่วมด้วย
2. โรคทางระบบประสาท เด็กที่มีความบกพร่องทางพัฒนาการส่วนใหญ่ มักมีอาการหรือการแสดงทางระบบประสาทด้วยที่พบบ่อยคือ อาการชัก
3. การติดเชื้อ การติดเชื้อตั้งแต่อยู่ในครรภ์ น้ำหนักตัวแรกเกิดน้อย ศรีษะเล็กกว่าปกติ อาจมีตับ ม้ามโต ต้อกระจก การติดเชื้อรุนแรงหลังคลอด เช่น สมองอักเสบ เป็นสาเหตุที่พบได้บ้าง
4. ความผิดปกติของระบบเมตาบอลิซึ่ม โรคที่ยังเป็นปัญหาสาธารณสุขไทย คือ ไทรอยด์ฮอร์โมนในเลือดต่ำ
5. ภาวะแทรกซ้อนระยะแรกเกิด การเกิดก่อนกำหนด น้ำหนักตัวแรกเกิดน้อย และภาวะขาดออกซิเจน
6. สารเคมี
- ตะกั่ว เป็นสารที่มีผลกระทบต่อเด็กและมีการศึกษามากที่สุด มีอาการซึมเศร้า เคลื่อนไหวช้า ผิวดำหมองคล้ำเป็นจุดๆ ภาวะตับเป็นพิษ ระดับบสติปัญญาต่ำ
- แอลกอฮอล์ น้ำหนักแรกเกิดน้อย มีอัตราการเพิ่มน้ำหนักหลังเกิดน้อย ศรีษะเล็ก พัฒนาการทางสติปัญญามีความบกพร่อง เด็กบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์
- นิโคติน น้ำหนักแรกเกิดน้อย ขาดสารอาหารในระยะตั้งครรภ์ เพิ่มอัตราการตายในวัยทารก สติปัญญาบกพร่อง สมาธิสั้น พฤติกรรมก้าวร้าว มีปัญหาการเข้าสังคม
7. การเลี้ยงดูไม่เหมาะสมรวมทั้งการขาดสารอาหาร
อาการของเด็กมีความบกพร่องทางพัฒนาการ มีพัฒนาการล่าช้าพบมากกว่า 1 ด้าน ปฏิกิริยาสะท้อนไม่หายไป แม้ถึงช่วงอายุที่ควรหายไป
แนวทางการวินิจฉัยเด็กที่มีความบกพร่องทางพัฒนาการ
1. การซักประวัติ โรคประจำตัว โรคทางพันธุกรรม การเจ็บป่วยในครอบครัว ประวัติฝากครรภ์ประวัติเกี่ยวกับการคลอด พัฒนาการที่ผ่านมา การเล่นตามวัยการช่วยเหลือตนเองปัญหาพฤติกรรม ประวัติอื่นๆ
เมื่อซักประวัติแล้ว สามารถบอกได้ว่า
ลักษณะพัฒนาการเชื่องช้าเป็นแบบคงที่หรือถดถอย เด็กมีระดับพัฒนาการช้าหรือไม่อย่างไร อยู่ในระดับไหน มีข้อบ่งชี้ว่ามีสาเหตุมาจากโรคทางพันธุกรรมหรือไม่ สาเหตุของความบกพร่องทางพัฒนาการมากสาเหตุอะไร ขณะนี้เด็กได้รับการช่วยเหลือฟื้นฟูอย่างไร
2. การตรวจร่างกาย ตรวจร่างกายทั่วๆไปและการเจริญเติบโต ภาวะตับม้ามโต ผิวหนัง ระบบประสาท และวัดรอบศรีษะด้วยเสมอ ดูลักษณะของเด็กที่ถูกทารุรกรรม ระบบการมองเห็นและการได้ยิน
3. การสืบค้นทางห้องปฏิบัติการ
4. การประเมินพัฒนาการ
สะท้อนการเรียน
ได้ทราบเกี่ยวกับพัฒนาการในแต่ละด้านของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ สาเหตุที่ทำให้เกิดความบกพร่องทางพัฒนาการ ทำให้เรามีความรู้ สามารถแนะนำผู้ปกครองหรือบุคคลใกล้ชิด ให้ปฏิบัติตนอย่างถูกต้องในการดูเด็ก เพื่อเป็นการส่งเสริมพัฒนาการที่ถูกต้องสำหรับเด็ก
การนำไปใช้
สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนในอนาคตได้ การทราบว่าพัฒนาการของเด็กที่มีความต้องการพิเศษเป็นอย่างไร ทำให้เราเข้าใจเด็กมากขึ้น ทำให้เราไม่นำเด็กที่มีพัฒนาการปกติมาเปรียบเทียบกับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ฉะนั้นการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจะต้องจัดตามประเภทของเด็ก เพราะจะทำให้เด็กได้พัฒนาตนตามศักยภาพที่เด็กมีอยู่
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



